รีวิว ปลาสายน้ำผึ้งทอง ปลาที่ค่อนข้างเล็ก

ปลาสายน้ำผึ้งทอง

ปลาสายน้ำผึ้งทอง (Honey Sucker) หนึ่งในกลุ่มปลาสวยงามน้ำจืด ที่มีความน่าเลี้ยงไม่เป็นรอง ปลาออสก้าร์ลายเสือเผือก ซึ่งอยู่ในตระกูล Gyrinocheilus ปลาสายพันธุ์นี้ เป็นปลาที่มีรูปร่างเรียว ทรงกระบอก แบนข้างเล็กน้อย มีสีพื้นลำตัวสีทอง นิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้

ซึ่งในวันนี้ เราจะพาคนเลี้ยงปลาสวยงาม ทั้งหลายมาทำความรู้จัก อย่างรายละเอียดเกี่ยวกับ ลักษณะของปลาพันธุ์ดังกล่าว รวมไปถึงความเป็นมาหรือประวัติ ลักษณะทางกายภาพ ข้อมูล พร้อมราคาต่างๆ เพื่อให้ท่านเข้าใจกันให้มากยิ่งขึ้น

ที่มา ปลาสายน้ำผึ้งทอง

ปลาสายน้ำผึ้งทอง และมีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ เรียกกันว่า Gyrinocheilus  aymonieri  (Tirant, 1883) สำหรับปลาชนิดนี้ เป็นปลาสายพันธุ์น้ำจืด จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับ ปลาสร้อยน้ำผึ้ง (Gyrinocheilidae) ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นส่วนใหญ่

พบได้ในแอ่งเจ้าพระยา คาบสมุทรมาเลย์ตอนเหนือ แอ่งแม่น้ำโขง (ในกัมพูชา จีน ลาว ไทย และเวียดนาม) แอ่งแม่กลอง และแม่น้ำเซบั้งไฟ มักพบในแม่น้ำสายใหญ่ บางครั้งพบในทุ่งน้ำท่วม พวกมันใช้เวลาส่วนใหญ่ อยู่บนพื้นผิวเรียบ เช่น ก้อนหิน ในน้ำที่ไหล โดยใช้ปากล่างที่มีรูปร่างผิดปกติ เพื่อเกาะกับก้อนหิน ในกระแสน้ำที่แรง [1]

ราคา ปลาสายน้ำผึ้งทอง

สำหรับราคาปลาพันธุ์นี้ในไทย มีขายอยู่ทั่วไป ราคาตกอยู่ลาสายพันธุ์นี้ ขายเริ่มต้นที่ 80 บาทขึ้นไป ซึ่งส่วนมาก จะแบ่งเป็นเกรดต่างๆ และมักขายแบบเป็นเซท 2 ตัว, 5 ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดตัว [2] และหากใครที่สนใจจริงๆ แล้วละก็ ทุกคนสามารถเข้าไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่ Honey Sucker

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับปลา

  • วงจรชีวิต : โดยปลาสายพันธุ์ดังกล่าว มีพฤติกรรมชอบอยู่กันเป็นคู่ หรือเป็นฝูง และสายพันธุ์นี้ มักพบเห็นได้ในแม่น้ำสายใหญ่ และบางครั้งอาจเข้าไปในทุ่งน้ำท่วม ปลาชนิดนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนพื้นผิวที่เรียบ และเคยพบเห็นอาศัยอยู่ได้ตามก้อนหิน ในน้ำที่ไหล แนะนำให้ใช้ตู้ปลาขนาดใหญ่ กว่าประมาณ 150 ลิตร
  • การขยายพันธุ์ : สำหรับปลาชนิดนี้ ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ง่าย ในตู้ปลาที่บ้าน แม้ว่าจะมีรายงานว่าพบลูกปลาในตู้ปลา ที่รกครึ้มเป็นครั้งคราว ในขณะนี้ ยังไม่มีสาเหตุ ที่แน่ชัดในการวางไข่อีกด้วย การแยกเพศเป็นเรื่องยาก แม้ว่าตัวผู้ที่โตเต็มวัย อาจมีตุ่มน้ำที่จมูก เพื่อใช้ในการผสมพันธุ์ ตัวเมียจะมีรูปร่างอ้วนขึ้น

นิสัย ปลาสายน้ำผึ้งทอง

ปลาสายน้ำผึ้งทอง

สำหรับปลาสายพันธุ์นี้ ที่นิสัยรักสงบ ใช้เวลาส่วนใหญ่ อยู่บนพื้นผิวที่เรียบ เช่น ก้อนหิน ในน้ำที่ไหล โดยใช้ปากดูด เพื่อเกาะก้อนหิน ในกระแสน้ำที่แรง พวกมันชอบกินสาหร่าย เมื่อยังตัวเล็กอยู่ แต่เมื่ออายุมากขึ้น จะชอบอาหารที่มีเนื้อมากกว่า เช่น สัตว์จำพวกกุ้งแช่แข็ง และหนอนเลือดเป็นอาหาร

การเปลี่ยนแปลงนี้ ยังสะท้อนให้เห็น ในพฤติกรรม ซึ่งอาจกลายเป็นก้าวร้าวเล็กน้อย เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อปลาชนิดเดียวกัน และปลาที่มีสีคล้ายกัน นอกจากนี้ พวกมันยังกินเมือก ที่เกาะตามตัวปลาอื่น ซึ่งอาจทำให้ติดเชื้อ และเครียดได้ง่ายขึ้น คนเลี้ยงสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ โดยการเลี้ยงปลาเหล่านี้ในตู้ขนาดใหญ่ ที่มีแหล่งอาหารเพียงพอ

รูปร่าง ปลาสายน้ำผึ้งทอง

โดยรูปร่างทั่วไป ปลาสายพันธุ์นี้ เป็นปลากลุ่มน้ำจืด และมีราคาไม่สูง ซึ่งปลาสายพันธุ์ดังกล่าว อยู่ในตระกูลปลาสร้อยน้ำผึ้ง เป็นปลาที่มีรูปร่างเรียวทรงกระบอก แบนข้างเล็กน้อย ส่วนหัวค่อนข้างใหญ่ ตาเล็ก ปากอยู่ด้านล่างของจะงอยปาก

พวกมันมีสีพื้นลำตัวสีทอง ลักษณะสำคัญ คือ มีช่องเล็กๆ อยู่ด้านบนสุดของช่องเหงือก ริมฝีปาก มีลักษณะเป็นแผ่นดูดรูปกลม ใช้ดูดกินตะไคร่น้ำ ตามพื้นหินและทราย และจะเติบโตจนโตเต็มวัย โดยมีความยาวอย่างน้อย 28 ซม. [3]

ภาพรวมสายพันธุ์ สายน้ำผึ้งทอง

  • อาณาจักร : Animalia
  • ต้นกำเนิด : สามารถพบในทวีป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • สัดส่วน : ความยาวได้สูงสุด 10 – 11 นิ้ว (25.4 – 27.94 เซนติเมตร)
  • อาหาร : กินพืช หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่มี กระดูกสันหลังขนาดเล็ก ได้แก่ กุ้ง, ตะไคร่น้ำ, ซากพืช, ซากสัตว์  และหนอนแดง เป็นต้น
  • ระดับการดูแล : ค่อนข้างง่าย
  • คุณภาพน้ำ : ค่า pH ควรอยู่ที่ 6.5 – 7.6
  • อุณหภูมิ : อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 23 – 27 องศา
  • การผสมพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่
  • เพื่อนร่วมตู้ : สามารถอยู่ร่วมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปลาสอด, ม้าลาย ดานิโอ้, ปลาซิวเอมเพอเร่อ, ปลากระดี่แคระ, ปลาเสือสุมาตรา เป็นต้น

สรุป ปลาสายน้ำผึ้งทอง “Honey Sucker”

สรุป ปลาสายพันธุ์ สายน้ำผึ้งทอง จัดเป็นปลาสายพันธุ์น้ำจืด ในตระกูลปลาสร้อยน้ำผึ้ง และเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่ง พวกมันมีสีสันที่จุดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เป็นสีทอง ริมฝีปาก มีลักษณะเป็นแผ่นดูดรูปกลม ใช้ดูดกินตะไคร่น้ำ ตามพื้นหินและทราย มีถิ่นกำเนิดในทวีป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง